สาธาณสุขเตือนควรระวัง 15 โรคฤดูฝน

ช่วงในฤดูฝน ควรระวังโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ที่กำลังจะมา คุณควรระวังสุขภาพเอาไว้ เพื่อให้ตัวเองพร้อมรับกับช่วงฤดูฝน ซึ่งโรคต่างๆ เหล่านี้ นอกจากจะทำร้านสุขภาพแล้ว ยังทำให้คุณเสียเงินเสียทองมากมายเพื่อต้องดูแลรักษาตัวเอง สาธาณสุขเตือนควรระวัง 15 โรคฤดูฝน สาธาณสุขเตือนควรระวัง 15 โรคฤดูฝน ฤดูฝนที่กำลังจะเข้ามา ยิ่งทำให้คุณควรดูแลสุขภาพของคุณเอาไว้ให้หางไกลจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ โดยเมื่อเร็วๆ นี้ … นายวิทยา บุรณศิริ รมว.สาธารณสุข (สธ.) เผยว่า ขณะนี้กำลังเข้าสู้ฤดูฝนซึ่งมีอากาศชื้นและเย็น จึงทำให้เชื้อโรคบางชนิดระบายได้ง่ายและรวดเร็ว ในขณะเดียวกัน นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดสธ. ชี้ว่าโรคที่มาพร้อมกับฤดูฝนที่พบบ่อยมี 5 กลุ่มด้วยกัน รวม 15 โรค คือ 1.กลุ่มโรคติดต่อทางน้ำและอาหาร เช่น โรคท้องร่วง บิด ตับอักเสบ 2.กลุ่มโรคติดต่อทางเดินหายใจ เช่น หวัด ไข้หวัดใหญ่ คออักเสบ 3.กลุ่มโรคติดต่อทางบาดแผลหรือเหยื่อบุผิวหนัง เช่น โรคฉี่หนู ตาแดง 4.โรคติดต่อที่เกิดจากยุง และ 5.กลุ่มโรคเหยื่อบุตาอักเสบหรือตาแดง … Read moreสาธาณสุขเตือนควรระวัง 15 โรคฤดูฝน

ลดอาการตาแห้ง ด้วยอาหารทั้ง 4 ชนิด

อาการตาแห้ง เกิดจากการมีปริมาณน้ำตาน้อย หรือคุณภาพของน้ำตาไม่ดีพอ ซึ่งถ้าส่วนประกอบของน้ำตาขาดความสมดุลหรือไม่มีคุณภาพ ก็สามารถจะให้คุณฝืดเคืองตาได้ ลดอาการตาแห้ง ด้วยอาหารทั้ง 4 ชนิด ลดอาการตาแห้ง ด้วยอาหารทั้ง 4 ชนิด อาการตาแห้ง ที่เรามักจะพบได้บ่อย และสามารถเป็นได้กันทุกคน ไม่ว่าหญิงหรือชาย ถ้าคุณมีความรู้สึกว่า ตาพร่ามัว … หรือฝืดเคืองตา ต้องกระพริบตาถี่ๆ คล้ายมีเศษผงเข้าตา จนทำให้มองภาพไม่ชัด หรือบางครั้งมีขี้ตาออกมาเป็นเมือกเหนียว ถ้ามีแสดงว่าคุณกำลังมีอาการตาแห้งแล้วล่ะค่ะ สำรวจสาเหตุของอาการตาแห้ง ตาแห้งเป็นอาการที่มีความผิดปกติของน้ำตา โดยปกติดวงตาของคนเราจะมีปริมาณน้ำตาเพียงพอที่จะมาหล่อเลี้ยงหรือให้ความชุ่มชื้นกับดวงตา รวมถึงฉาบกระจกตา ทำให้การมองเห็นชัดเจน ส่วนอาการตาแห้งเกิดจากการมีปริมาณน้ำตาน้อย หรือคุณภาพของน้ำตาไม่ดีพอ ซึ่งน้ำตาที่ดีมีส่วนประกอบสำคัญ 3 ส่วน ได้แก่ ไขมัน น้ำใส และเมือก หากส่วนประกอบ 1 ใน 3 ของน้ำตาขาดความสมดุลหรือไม่มีคุณภาพ จะทำให้ตาแห้งได้ อาการนี้เป็นได้ทุกเพศ แต่มักพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย และจะพบมากขึ้นตามวัย โดยเฉพาะในผู้หญิงหลังวัยหมดประจำเดือน เป็นผลมาจากระดับฮอร์โมนที่ลดลง ทำให้สารคัดหลั่งต่างๆ ในร่างกายรวมทั้งน้ำตาก็ลดปริมาณลงไปด้วย นอกจากนี้ อาการดังกล่าวยังเกิดได้จากอีกหลายสาเหตุ … Read moreลดอาการตาแห้ง ด้วยอาหารทั้ง 4 ชนิด

วิธีการออกกำลังกายง่ายๆเพียงวันละ 15 นาที

สวัสดีจ้า สำหรับใครที่ขาดการออกกำลังกาย มีเวลาน้อยที่จะออกกำลังกายในแต่ละวัน ให้ท่านพยายามหาเวลาเพื่อที่จะออกกำลังกายกันด้วย เพราะการออกกำลังกายนั้นมีความสำคัญมาก วันนี้เรามีวิธีการออกกำลังกาย ง่ายๆ สบายๆ เพียงวันละ 15 นาที ขอแค่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ หนึ่งเดือนรอดูผลได้เลยจ้า และอย่าลืมแบ่งปันคนอื่นๆด้วยนะ วิธีการบริหารที่ได้ผลดีเเม้ใช้เวลาไม่มาก เพราะผสมผสานหลักการกดจุดของเเพทย์จีน( Acupressure)เข้าไป นอนราบบนพื้น ยกต้นขาเเละงอ 90 องศา งอเข่า 90 องศา งอข้อเท้า 90 องศา ตามภาพ พยุงตัวในท่านี้ 15 นาที เเรกๆอาจทำไม่ได้ ไม่เป็นไรค่อยๆเพิ่มไป ดูภาพประกอบเเล้วทำตามขั้นตอนดังนี้ 1)ดื่มน้ำอุ่นๆทั้งก่อนเเละบริหารประมาณ 300cc หายใจตามปกติไม่ต้องบังคับ อย่ากลั้นหายใจ ใช้เเรงจากเอวเเละสะโพกพยุงขาเอาไว้ เป็นการบริหารจุด “Dan tian” ของเเพทย์จีน( Acupressure) 2) ท่านี้จะทำให้เลือดไหลรวมไปที่ตับเเละไต เร่งขบวนการขับพิษออกจากร่างกาย เเละกระตุ้นระบบเผาผลาญอาหาร(metabolism) ท่านอาจรู้สึกปวดขา ซึ่งก็จะมีผลให้ต่อมใต้สมอง(pituitary gland)ถูกกระตุ้นเพื่อเร่งการขับพิษออกจากร่างกายทางเหงื่อ ทำให้พิษที่สะสมตกค้างในร่างกายลดลง 3) ผลจาการที่เราใข้เเรงบริเวณรอบเอวพยุงขา จะมีผลกระตุ้นจุดประธานที่ใช้ในวิชากดจุดคือ … Read moreวิธีการออกกำลังกายง่ายๆเพียงวันละ 15 นาที

กระตุ้นการขับถ่ายด้วยท่าออกกำลังกายแบบโยคะ

การออกกำลังกายแบบโยคะ เป็นการออกกำลังกายแบบใช้กล้ามเนื้อเป็นส่วนใหญ่ เพื่อให้ท่าบริหารร่างกายสมบูรณ์และสุขภาพดี นอกจากนั้นท่าบริหารร่างกายด้วยโยคะจะช่วยให้ไตและลำไส้ทำงานได้ดีมากยิ่งขึ้น กระตุ้นการขับถ่ายด้วยท่าออกกำลังกายแบบโยคะ กระตุ้นการขับถ่ายด้วยท่าออกกำลังกายแบบโยคะ ระบบขับถ่ายเป็นเรื่องสำคัญของคุณเลยทีเดียว แต่ถ้าเมื่อระบบขับถ่ายของคุณทำงานผิดปกติ ก็จะทำให้คุณรู้สึกไม่สบายตัวไปด้วย .. วันนี้เรามีท่าบริหารร่างกายด้วยโยคะที่จะช่วยให้ไตและลำไส้ของคุณทำงานได้อย่างปกติมาฝากกันค่ะ ซึ่งท่าบริหารที่เราเอามาฝากนี้ไม่อยากที่คุณจะทำเลย งั้นเราไปเริ่มกันเลยค่ะ นั่งตรงตัว เหยียดขาซ้ายออกไป พับขาข้างขวาเข้ามา โดยให้ส้นเท้าของขาขวาติด กับต้นขาข้างซ้าย มือวางไว้บนเข่าซ้าย หายใจเข้าพร้อมกับเคลื่อนมือทั้งสองข้างยกขึ้นตรงเหนือศีรษะ แขนแนบใบหู หายใจออกพร้อมกับค่อยๆ โน้มตัวต่ำลงไป เอามือทั้งสองข้างจับที่ปลายเท้าซ้าย โดยให้ข้อศอกทั้งสองข้างแตะพื้น หน้าผากวางลงบนเข่า ค้างท่านับ 1-10 หายใจปกติ ปฏิบัติเช่นเดียวกันนี้โดยทำสลับกับขาอีกข้างหนึ่ง จาก 1-5 นับเป็นหนึ่งรอบ เสร็จแล้ว ดื่มน้ำสักแก้ว จะรู้สึกสดชื่น สบายท้อง สบายตัว ลองทำดูนะคะ

นอนเยอะเกินไปทำสมองแก่เร็ว

การนอนหลับถือว่าเป็นการดูแลสุขภาพของตัวเองอย่างหนึ่ง ซึ่งการนอนที่ดีนั้นจะต้องนอนให้พอดีกับร่างกายถึงจะได้ประสิทธิภาพสูงสุด งั้นวันนี้เรามีทำความรู้กับการนอนหลับให้สุขภาพดีกันค่ะ นอนเยอะเกินไปทำสมองแก่เร็ว นอนเยอะเกินไปทำสมองแก่เร็ว การนอนหลับเป็นการพักผ่อนร่างกายที่ช่วยให้สมอง หรือแม้นกระทั่งร่างกายที่ทำงานหนักๆ มาได้รับการพักผ่อน แต่ถ้าโทษของการนอนหลับนานเกินไปก็มี ว่ากันว่า การนอนหลับคือการพักผ่อนที่ดีที่สุดแต่ผลเสียจากการนอนเยอะเกินไปนั้นก็มีเช่นกัน มีการตีพิมพ์ผลงานวิจัยชิ้นใหม่ลงในนิตยสาร Sleep เกี่ยวกับการทดสอบระบบหน่วยความจำในสมองและพบว่า 7-8% ของผู้ที่นอนหลับมากกว่า 6-8 ชั่วโมงนั้น มีการทำงานของสมองในระบบหน่วยความจำที่ค่อนข้างแย่กว่าคนที่นอนน้อย นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้ที่มีชั่วโมงการนอนหลับมากกว่าแปดชั่วโมง เสี่ยงที่จะป่วยเป็นโรคความจำเสื่อมมากถึงสองเท่า ไม่ว่าจะเป็นการนอนตื่นสายหรือการนอนกลางวันบ่อยๆก็ตาม คนเหล่านี้จะมีโอกาสที่จะป่วยเป็นโรคเครียดและโรคความจำเสื่อมในวัยชรา มากกว่าการนอนหลับอย่างพอดี ซึ่งนั่นหมายความว่า ถ้านอนเยอะไป ถึงแม้ว่าอายุยังน้อย แต่อายุสมองได้โรยราไปมากกว่าที่ควรเป็นแล้ว การนอนที่เหมาะสมสำหรับผู้ใหญ่เฉลี่ยอยู่ที่ 6-8 ชั่วโมง ถึงแม้ว่าแต่ละบุคคลก็มีความจำเป็นแตกต่างกัน ว่าจะมีเวลานอนน้อยหรือนอนเยอะ แต่ทุกคนจำเป็นต้องได้รับการนอนหลับที่เพียงพอเพื่อสุขภาพตนเอง ซึ่งหากนอนพอแล้วนั้นจะสังเกตได้จากถ้านอนพอแล้วจะไม่ง่วงนอนตอนกลางวัน ซึ่งประโยชน์ของการนอนหลับอย่างเพียงพอนั้น จะทำให้ความสามารถในการจดจำของสมองดีขึ้น รวมถึงสามารถจัดระบบและระเบียบของความคิดและอารมณ์ได้ดีมากขึ้นอีกด้วย วิธีการเพื่อการนอนหลับอย่างเพียงพอนั้น เว็บไซต์เพื่อสุขภาพหรือ WebMD มีคำแนะนำดังต่อไปนี้ งด หรือ งดคาเฟอีน เพราะคาเฟอีนออกฤทธิ์ที่ทำให้เรานอนไม่หลับถึง 8 ชั่วโมง หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ถึงแม้ว่าจะช่วยให้นอนหลับได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะนอนหลับสนิทและสบาย ผ่อนคลายก่อนนอน ด้วยการแช่น้ำอุ่นหรือนวดเบาๆเพื่อให้ร่างกายผ่อนคลาย จะช่วยให้หลับสบายมากขึ้น … Read moreนอนเยอะเกินไปทำสมองแก่เร็ว

ทานผลไม้ให้ถูกเวลา จะได้คุณค่ามากมาย

ผลไม้เมืองไทยนั้นมีอยู่มากมาย การเลือทานผลไม้ที่ได้ประโยชน์และเหมาะกันตัวเองมากที่สุด จึงจะช่วยให้สุขภาพของเรานั้นดีตามไปด้วย วันนี้เราลองมาทานผลอไม้ที่ให้คุณค่าเหมาะกับสุขภาพของเรากันดีกว่า ทานผลไม้ให้ถูกเวลา จะได้คุณค่ามากมาย ทานผลไม้ให้ถูกเวลา จะได้คุณค่ามากมาย คนส่วนใหญ่ทราบกันดีว่าการดูแลสุขภาพด้วยการทานผลไม้นั้น จะได้คุณค่าสารอาหารมากมาย ทั้งคาร์โบไฮเดรต วิตามิน เกลือแร่ กรดอะมิโน กรดไขมันต่างๆ ที่จำเป็น .. ซึ่งจะเป็นกำลังเสริมให้ระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งบางครั้งการดูแลสุขภาพด้วยผลไม้นั้นยังสามารถช่วยบำบัดดที่ธรรมชาติสร้างให้มนุษย์ เช่นในวันที่อากาศร้อนๆ หากได้ลิ้มรสแตงโมสักชิ้นก็ทำให้ฉ่ำชื่นใจคลายร้อนไปได้มาก หรือคุณอาจเคยได้ยินว่ากินกล้วยน้ำว้าแล้วจะทำให้คลายจากท้องผูก แถมยังทำให้อารมณ์ดี เพราะเชื่อว่าในกล้วยมีสาร Tryptophan เมื่อกินเข้าไปจะเปลี่ยนเป็น Serotonin ที่เป็นสารสร้างความสุขให้กับคนเรา แต่ก็เชื่อว่าหลายๆ คนยังมองการกินผลไม้เป็นเรื่องรอง มีก็กิน ไม่มีก็ไม่กิน หรือบางคนตั้งใจกินผลไม้แต่กินผิดเวลา คุณค่าที่ควรจะได้จากผลไม้ที่กินเข้าไปก็เลยลดลงอย่างน่าเสียดาย ทานผลไม้ให้ถูกเวลา จะได้คุณค่ามากมาย ร่างกายคนเราเหมาะจะย่อยผลไม้มากกว่าเนื้อสัตว์ หนังสือขายดีไปทั่วโลกชื่อ Fit for Life ของนักบรรยายเรื่องโภชนาการชาวอเมริกัน ฮาร์วีย์ และมาริลีน ไดมอนด์ ได้เสนอแนวคิดที่น่าสนใจเกี่ยวกับการกินผลไม้จนเราอดไม่ได้ที่ต้องนำมาถ่ายทอดสู่กันฟังว่า ที่จริงแล้วเมื่อสืบค้นถึงประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์มนุษย์ อย่างที่ ดร.อลัน วอล์คเกอร์ นักมานุษยวิทยาคนสำคัญ ได้เผยผลการศึกษาในหนังสือพิมพ์นิวยอร์คไทม์ เมื่อวันที่ 15 … Read moreทานผลไม้ให้ถูกเวลา จะได้คุณค่ามากมาย

การกำมือ ก็ช่วยให้สมองจำได้ดีขึ้น

ใครจะเชื่อว่า แค่เรากำหมัดไว้แน่นๆ จะช่วยให้สมองของเราจดจำสิ่งต่างๆ รวมกระทั่งครั้งเก่าได้ ถ้ายังไม่เชื่องั้นเราไปทดลองทำกันดูค่ะ การกำมือก็ช่วยให้สมองจำได้ดีขึ้น การกำมือก็ช่วยให้สมองจำได้ดีขึ้น สำหรับใครที่มีข้อสงสัยการกำมือแน่นๆ แล้วช่วยให้สามา รถจดจำสิ่งต่างๆ ได้นั้น วันนี้เรามีคำตอบมาฝากกันค่ะ จากผลวิจัยล่าสุดของนักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยมอนต์แคลร์สเตท รัฐนิวเจอร์ซี สหรัฐอเมริกาเปิดเผยเมื่อเร็วๆ นี้ ระบุว่า การกำมือแน่นๆ ช่วยให้ความจำดีขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้ความสามารถในการระลึกความทรงจำเก่าๆ กลับคืนมาได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย โดยได้ทำการทดลองกับอาสาสมัครผู้ใหญ่จำนวน 50 คน ให้จดจำคำศัพท์จากลิสต์คำศัพท์จำนวนมากขณะที่ทดลองกำมือไปด้วย พบว่า การกำมือขวาเป็นเวลา 90 วินาทีจะช่วยให้การจดจำสิ่งใหม่ๆ ทำได้ดีขึ้น ในขณะที่การกำมือซ้ายด้วยเวลาเท่าๆ กันจะช่วยให้การเรียกคืนความทรงจำเก่าๆ ทำได้ดีขึ้น การกำมือขวาก่อนเรียนรู้ข้อมูลต่างๆ และการกำมือซ้ายก่อนจะเรียกคืนความทรงจำนั้นสามารถปรับปรุงระบบความทรงจำได้ โดยปรากฏการณ์ดังกล่าวเป็นการเปลี่ยนการทำงานของสมองชั่วคราว ทั้งนี้ งานวิจัยก่อนหน้านี้แสดงให้เห็นว่าการกำมือซ้ายและมือขวาสามารถกระตุ้นการทำงานของสมองซีกตรงกันข้ามได้ รวมถึงยังมีความสัมพันธ์กับอารมณ์ด้วย เช่น การกำมือขวาเชื่อมโยงกับความความสุขและความโกรธ ในขณะที่การกำมือซ้ายเชื่อมโยงกับความเศร้าและความวิตกกังวล

5 ทิปส์ วิธีเติมพลังให้หายเฉา ในหนึ่งนาที

ใครที่กำลังปล่อยให้ตัวเองนั้นเฉาอยู่ฟังทางนี้ วันนี้เรามีเคล็ดลับวิธีที่จะช่วยให้คุณหายเฉาได้มาฝากกัน และดีต่อสุขภาพจิตของคุณแน่นอนค่ะ 5 ทิปส์ วิธีเติมพลังให้หายเฉา ในหนึ่งนาที 5 ทิปส์ วิธีเติมพลังให้หายเฉา ในหนึ่งนาที ใครที่กำลังปล่อยให้ตัวเองนั้นเฉากันอยู่ เชิญฟังทางนี้ค่ะ เรามีวิธีช่วยให้คุณนั้นหายเฉาได้เพียง 1 นาทีเท่านั้น อยากรู้กันแล้วไหมล่ะค่ะ … การออกกำลังกายสม่ำเสมอ และกินอาหารที่มีประโยชน์ คือ 2 หนทางฉลาดๆ ในการเติมพลังงานให้ชีวิต แต่คงต้องยอมเถอะค่ะว่า นอกจากการออกกำลังกายและเสพอาหารแล้ว บางครั้งเราก็ต้องการอะไรอื่นๆ มาฉุดให้คุณออกจากอาการเหี่ยวเฉาได้ 5 ทิปส์เด็ดต่อไปนี้คือวิธีอัพเลเวลพลังชีวิตอันเร็วปรี๊ด ที่คุณสามารถทำตามได้ง่ายมาก มาฝากกันค่ะ ทิปส์ที่ 1 หายเฉาด้วยเสียงเพลง ถ้าคุณเฉานักล่ะก็ ลองเปิดเพลง Single Ladies ของบียอนเซ่ บิลต์อารมณ์ให้คึกคักดีกว่า ทั้งนี้ ดร ดาเนียล เลวิทิน ผู้เขียนหนังสือ This is you Brain on Music เผยให้ฟังว่า ดนตรีนั้นช่วยกระตุ้นเกือบทุกส่วนของสมองให้ตื่นตัว อย่างเวลาเราทำกิจกรรมอะไรซ้ำๆ … Read more5 ทิปส์ วิธีเติมพลังให้หายเฉา ในหนึ่งนาที

ดูแลสุขภาพเท้า ด้วยวารีบำบัด

การดูแลสุขภาพด้วยวารีบำบัด เท้าเป็นอวัยวะที่ทำงานหนักมากที่สุด นอกจากจะต้องรับน้ำหนักร่างกายคุณแล้ว เท้ายังมีจำเป็นในการเดินอีกด้วย การดูแลสุขภาพเท้าของคุณจึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างหนึ่ง ดูแลสุขภาพเท้า ด้วยวารีบำบัด ดูแลสุขภาพเท้า ด้วยวารีบำบัด สุขภาพเท้า เท้าเป็นอวัยวะที่สำคัญและมีหน้าทีการทำงานที่หนักมากกว่าอวัยวะอื่นๆ นอกจากจะต้องรับปน้ำหนักตัวของเราแล้ว … บางครั้งเจ้าของเท้าก็ทักจะขยันเดินเสียจริงๆ เดินกันทั้งวัน ทั้งเดินทำงาน หรือเดินชอปปิ้งก็ยิ่งทำให้เท้ารับหน้าที่หนักมากเลยทีเดียว จึงไม่น่าแปลกใจที่บางครั้งเราจะรู้สึกระบมเท้า หรือรู้สึกเมื่อยที่ส้นเท้า ไม่ค่อยสบายเอาเสียเลย โดยเฉพาะยิ่งถ้าคุณต้องเดินมาทั้งวัน ช่วงเย็นคุณจะรู้เมื่อยล้าแม้นว่าเราจะรู้สึกใส่รองเท้าที่สบายเท้าแค่ไหนก็ตามทีเคล็ดลับการดูแลสุขภาพเท้าของคุณหลังจากที่คุณต้องเดินมาทั้งวันด้วยวิธีง่ายๆ ดังนี้ค่ะ เพียงแค่คุณเตรียมกะละมังน้ำอุ่นจัดๆ และน้ำเย็นจัดๆ (ชนิดใส่น้ำแข็งมาด้วยยิ่งดี) อย่างละ 1 กะละมัง จากนั้นเอาเท้าลงแช่ในน้ำอุ่นก่อนสัก 3-5 นาที แล้วย้ายเท้าไปแช่ในกะละมังน้ำเย็นสัก 2-3 นาที แล้วก็สลับกลับไปแช่ในน้ำอุ่นใหม่ ทำอย่างนี้สลับไปมา 3 รอบ เริ่มด้วยน่ำอุ่น จบด้วยน้ำเย็น วิธีดูแลสุขภาพ วิธีนี้จะช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น การบาดเจ็บเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดจากการเดินหรืออาการเท้าบวมเพราะเดินมาทั้งวันจะช่วยให้คุณดีขึ้นได้ค่ะ เพียงเท่านี้ก็เป็นการดูแลสุขภาพเท้าของคุณได้ดีแล้วล่ะค่ะ

แก้ปัญหาท้องผูก ไข่ลวกช่วยได้

อาการท้องผูก ที่สร้างปัญหากวนใจให้กับคุณผู้หญิงยิ่งอาการท้องผูกด้วยแล้ว ยิ่งทำให้คุณไม่สบายตัวไปทั้งวัน แถมยังดูไม่มั่นใจอีกด้วย วันนี้เรามีวิธีแก้ท้องผูกแบบง่ายๆ มาฝากกันค่ะ แก้ปัญหาท้องผูก ไข่ลวกช่วยได้ แก้ปัญหาท้องผูก ไข่ลวกช่วยได้ อาการท้องผูก ถ่ายไม่ออก ทำให้รู้สึกไม่สบายตัว และดูตัวเองก็ไม่มั่นใจ ซึ่งอาการท้องผูกนั้นสำหรับคนที่มีอาการท้องผูกอยู่เป็นประจำ .. บางทีก็ต้องหันไปพึ่งการรับประทานยาระบาย เพื่อช่วยให้ร่างกาย มีการขับถ่ายออกมา แต่วันนี้เรามีวิธีง่ายๆ ในการแก้ปัญหาท้องผูกให้หายไปได้ ด้วยการรับประทานไข่ลวก ในตอนเช้า ไข่เป็นอาหารที่เพียบพร้อมด้วยโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุต่าง ๆ มากมายหลากหลาย ทั้งราคาก็ถูก ปรุงเป็นอาหารอะไรก็ดูน่ากินไปหมด นอกจากนี้ไข่ยังเป็นอาหารที่เหมาะมากสำหรับคนที่มีปัญหาท้องผูกแต่มีข้อแม้ว่า ต้องรับประทานในช่วงเช้าขณะที่ท้องกำลังว่างเท่านั้น และไข่ที่รับประทานก็จะต้องเป็นไข่ลวก หรือไข่ที่ต้มไม่นาน เพียง 2-3 นาที ในน้ำเดือด ๆ ซึ่งรับรองว่า หากได้รับประทานไข่ต้มดังกล่าวไปสัก 1-2 ฟอง อาการท้องผูกที่ขมวดเป็นเงื่อนปมมาหลายวัน จะขับถ่ายออกได้อย่างง่ายดายทันที เหตุผลที่ไข่ลวกแก้ปัญหาท้องผูกได้ เพราะไข่ลวกมีเอนไซม์บางอย่างที่จะไปช่วยกระตุ้นให้ลำไส้ใหญ่ทำงาน และช่วยหล่อลื่นให้กากอาหารเคลื่อนตัวไปสู่ปากทวารหนัก ได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้นนั่นเอง